ตำนานสโมสร

เอียน รัช นักแตะลิเวอร์พูลที่ดังสุดในยุค80

ประวัติ เอียน รัช นักเตะลิเวอร์พูลที่ดังสุดในยุค80

เอียน รัช เกิดวันที่ 20 ต.ค. คริสต์ศักราช 1961 ที่เซนต์ อะซาฟ ในเวลส์ ภายหลังออกมาจากสถานศึกษาในปี 1978 รัชก็เริ่มการเป็นนักเตะอาชีพด้วยการร่วมสโมสรเชสเตอร์ ซิตี้ในระดับดิวิชั่น 3(เดิม) ด้วยค่าตัวประมาณ 300,000 ปอนด์ภายหลังหลังฉายแววเด่นตั้งแต่อายุยังน้อยทำให้เขาได้ลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ในปลายฤดู 1978-1979 เขาได้ลงไปในสนามครั้งแรกในตำแหน่งมิดฟิลด์ในเกมส์เจอเชฟฟิลด์เว้นส์เดย์

ช่วงเวลาแรกของเอียน รัช กับลิเวอร์พูล

กองหน้าชาวเวลส์ลงเดบิวต์ในเดือนธันวาคมปี 1980 โดยปีแรกของเขาที่ลิเวอร์พูลใช้เวลาส่วนใหญ่ในทีมเยาวชนเพื่อพัฒนาและคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมภายในทีม การแจ้งเกิดของเขาเกิดขึ้นเมื่อยิงประตูแรกให้กับลิเวอร์พูลในบอลถ้วยยุโรปที่เจอกับ อูลุน พัลโลเซอูร่า และมายิงประตูแรกในลีกเมื่อเจอ ลีดส์ ยูไนเต็ด พร้อมทั้งจบฤดูกาล 1981/82 ด้วยการยิงไปได้ถึง 30 ประตูจาก 49 เกม ฤดูกาล 1982/83 ทำให้ รัช คว้าแชมป์ลีกและบอลถ้วยอีกครั้ง พร้อมทั้งจบด้วยการเป็นดาวซัลโวของลิเวอร์พูลเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน และยังได้รับรางวัลผู้เล่นดาวรุ่งแห่งปีของพีเอฟเอในปี 1983 อีกด้วย อย่างไรก็ตามฤดูกาลที่โดดเด่นที่สุดของ รัช คือซีซั่นปี 1983/84 เขาคว้า 3 แชมป์รวมถึงรางวัลบุคคลหลายรายการ เขายิงไปได้ 47 ประตูจาก 65 เกม ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 3 ติดต่อกัน, แชมป์ ลีก คัพ 4 สมัยติดต่อกัน และแชมป์ยุโรปสมัยที่ 2 ในฐานะนักเตะหงส์แดง

เอียน รัช

ย้ายไปร่วมทีม ยูเวนตุส เพื่อหาประสบการณ์ใหม่

ภายหลังได้รับการสนใจจากสโมสรทีมใหญ่หลายทีมในยุโรป ทำให้เขาเริ่มนึกถึงการย้ายออกจากถิ่นแอนด์ฟิลด์ในต้นฤดู 1986-1987 และก็ในวันที่ 1 ก.ค. 1987 เขาก็ถูกขายให้ทีมยูเวนตุส มหาอำนาจลูกหนังในดินแดนอิตาลีด้วยค่าตัว 3 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นการย้ายสโมสรไปเล่นให้กับคู่ปรับอีกทั้ง 2 สโมสรฟื้นฟูความเชื่อมโยงกันอีกรอบรวมทั้งมีการเตะแมตช์กระชับมิตรของทั้งยัง 2 สมาพันธ์ แล้วก็ดูเหมือนมันจะเป็นความท้าทายใหม่ของรัช สำหรับการที่จะจำต้องถูกแผงหลังตามติดตายในลีกอิตาลี แต่ว่าแม้กระนั้นเขาไม่ประสบผลสำเร็จตรงนี้ เมื่อยิงได้เพียงแต่ 12 ประตูจาก 29 แมท แล้วก็เจอกับช่วงเวลาทุกข์ยากในตูริน ภายหลังเล่นที่อิตาลีอยู่ 1 ฤดูเขาก็ย้ายกลับถิ่นแอนด์ฟิลด์อีกรอบด้วยค่าจ้างถึง 2 ล้าน 7 แสนปอนด์ในวันที่ 18 ส.ค. 1988 และก็เป็นสถิติค่าตอบแทนแพงที่สุดในเกาะอังกฤษ ก่อนที่จะสถิติดังที่กล่าวถึงแล้วจะถูกทำลายในอีก 3 ปีถัดมา

กลับมาช่วยลิเวอร์พูลสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

รัช กลับมาโลดแล่นที่ ลิเวอร์พูล อีกครั้งในปี 1988 ด้วยค่าตัว 2.7 ล้านปอนด์แน่นอนว่าแฟนบอล, นักเตะ และผู้จัดการทีม เคนนี่ ดัลกลิช ต่างดีใจที่ได้เห็นเขากลับมา อย่างไรก็ตาม รัช ต้องแย่งลงสนามกับเหล่าเด็กหนุ่มที่พึ่งขึ้นมาอย่าง จอห์น อัลดริดจ์ และ ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์ เนื่องจาก ดัลกลิช ต้องการนำสายเลือดใหม่เข้ามา ฤดูกาลแรกหลังกลับมา รัช คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ สมัยที่สอง พร้อมกับยิงประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษที่เจอกับ เอฟเวอร์ตัน โดยรอบชิงชนะเลิศนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งหลังจากครบรอบเหตุการณ์ที่ฮิลส์โบโรห์ได้ไม่นาน ในตอนลำดับที่สองนี้ รัช ช่วยทำให้ หงส์แดง คว้าถ้วยแชมป์ได้ลดลง แม้กระนั้นก็ยังคงเป็นดาวซัลโวของทีมในช่วงฤดูกาล 1990/91, 1992/93 รวมทั้ง 1993/94 โดยแชมป์ท้ายที่สุดของเขาเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาล 1994/95 เมื่อ หงส์แดง เอาชนะ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ในนัดชิงแชมป์ ลีก คัพ กับรั้งดาวซัลโวชั่วนิจนิรันดร์ของทีมด้วยปริมาณ 346 ประตูจาก 660 นัด

เป็นผู้จัดการทีมเป็นครั้งแรกกับสโมสรเชสเตอร์ ซิตี้

ภายหลังจากปฏิบัติหน้าที่ผู้ฝึกสอนตำแหน่งแนวรุกให้หงส์แดงภายใต้การควบคุมสโมสรของเชราร์ อุลลิเย่ร์ ในปี 2003 เขาปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลเป็นครั้งแรกกับทีมเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเวลานี้เป็นสโมสรที่ลงเล่นในลีกทู เมื่อสิงหาคม ปี 2004 โดยทีมจำเป็นต้องเจองานใหญ่ภายหลังจากคืนกลับสู่บอลลีกอีกรอบ รัชจำต้องเจอกับความลำบากในอาชีพนี้เมื่อนำทีมออกไปแพ้ 3-1 ต่อบอสตัน ยูไนเต็ดสำหรับในการคุมสโมสรครั้งแรกของเขา แล้วก็ต่อไปสโมสรของเขาก็ไม่แพ้ผู้ใดนานถึง 2 เดือนแล้วก็สโมสรไปสู่เอฟเอคัพรอบ 3แม้กระนั้นแต่เขายังคงถูกเสนอคำถามจากมาร์ค ลอว์เรนสันนักวิพากษ์วิจารณ์โด่งดังซึ่งเคยเป็นอดีตสหายร่วมทีมหงส์แดงของเขา

ถึงประสบการณ์ในการเป็นผู้ฝึกสอนแล้วก็ความรู้ความเข้าใจในการวางแทคติก ภายหลังที่รัชไม่ยอมรับวิธีการทำหน้าที่คุมทีมชาติเวลส์ในวันที่ 1 พ.ย. ปี 2004 ทีมของเขาก็ส่งผลงานตกต่ำลงเป็นอย่างมาก และก็รัชถูกวิภาควิจารณ์ถึงแทคติกการเล่นที่เน้นย้ำการใช้กำลังรวมทั้งการโยนบอลยาวของเขา เขาถูกบีบคั้นจากประธานสมาพันธ์ ภายหลังที่ออกไปแพ้ให้กับทีมเพื่อนบ้านอย่างชรูว์สบิวรี่ ทาวน์แบบน่าอดสูถึง 5-0 ในกุมภาพันธ์ ปี 2005 แต่ว่าเขาก็ยังไม่ลาออก แล้วก็เมื่อทีมแพ้ต่อดาร์ลิงตัน 1-0 รัชก็ถึงเวลาจำต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อผลงานที่ตกต่ำของสโมสร

ประวัติ จอห์น บาร์นส์ ตำนานดาวเตะคนสำคัญของแอนฟิลด์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *